
จากยอดสต๊อก 63 ล้าน สู่ 27,000 ล้าน
เมื่อระบบที่แข็งแรงสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และพา Easy Money เติบโตแบบก้าวกระโดด
อีกหนึ่งช่วงที่ชวนให้พนักงานอย่างเรานั่งฟังแบบไม่กะพริบตา คือการถอดบทเรียนการเติบโตของ Easy Money จากมุมมองการเงินโดย คุณวรพงษ์ วุฒิพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่อ “คุณวร”
จากยอดสต๊อก 63 ล้านบาท สู่ยอดกว่า 27,000 ล้านบาทในปัจจุบัน สิ่งที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่ตัวเลขสต๊อก แต่คือวิธีคิดที่ทำให้การเติบโตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวอย่างมีระบบ
สิ่งที่คุณวร เน้นย้ำคือ ความสำเร็จของ Easy Money ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการสะสมความเชื่อมั่นและมาตรฐานอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี กว่าการเติบโตจะเป็นอย่างที่เราเห็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างเริ่มจากการค่อยๆ วางรากฐานให้มั่นคงก่อน เมื่อพื้นฐานแข็งแรงพอ การเติบโตก็จะขยายตัวเร็วขึ้นเอง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Exponential Growth

ระบบ คือหัวใจของการขยายตัว
เบื้องหลังอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว ไม่ใช่แค่จำนวนสาขา แต่คือการลงทุนในระบบ IT และมาตรฐานการตีราคาทรัพย์สิน ที่เหมือนกันทุกสาขาทั่วประเทศ
ไม่ว่าลูกค้าจะเข้าไปสาขาไหน เขาจะได้รับมาตรฐานเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพ และเป็นเหตุผลว่าทำไม Easy Money ถึงเริ่มถูกมองในฐานะ “สถาบันการเงิน” มากกว่าแค่โรงจำนำแบบเดิม
ขนาดธุรกิจที่เปลี่ยนมุมมองทั้งอุตสาหกรรม
เมื่อนำตัวเลขผลประกอบการของ Easy Money ไปเทียบกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ภาพออกมาชัดเจนมาก ถ้าอยู่ในตลาด MAI เราจะเป็น “เบอร์ 1 ” ทันที แม้แต่ในตลาด SET Easy Money ก็มีขนาดใหญ่พอจะยืนอยู่ใน Top 10 ของกลุ่มการเงินได้อย่างไม่เคอะเขิน สิ่งนี้ทำให้หลายคนในห้อง Town Hall เริ่มเห็นภาพเดียวกันว่า ธุรกิจที่เราทำอยู่ทุกวัน มีขนาดและศักยภาพมากกว่าที่หลายคนเคยคิดไว้

วัฒนธรรมการคิดเชิงกลยุทธ์ ที่ใช้ข้อมูลจริงเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ
อีกหนึ่ง DNA สำคัญที่คุณวรเล่าบนเวที คือ Strategic Thinking ทุกการตัดสินใจต้องมีข้อมูลจริงมาวางบนโต๊ะ เพื่อเลือกว่าจะ “บุกหรือถอย” อย่างมีเหตุผล ขณะเดียวกัน มาตรฐานการทำงานในรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่การดูแลทรัพย์สินลูกค้า ไปจนถึงภาพลักษณ์ของสาขา ก็ถูกยกระดับให้เทียบเท่าสถาบันการเงินชั้นนำ
จากโรงจำนำ สู่ Asset Backed Financing
Easy Money กำลังขยับบทบาทจาก “ทางเลือกยามฉุกเฉิน” ไปสู่การเป็น “พลังทางการเงิน” ของผู้ประกอบการ SME ผ่านแนวคิด Asset Backed Financing หรือการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นทุน การเติบโตของธุรกิจขายฝากที่พุ่งสูง สะท้อนว่าลูกค้าเริ่มมองเราเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส ไม่ใช่แค่ที่พึ่งยามจำเป็น

สารสำคัญจากคุณวร บนเวที Town Hall
สิ่งที่คุณวร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน สะท้อนบนเวที Town Hall คือการเติบโตของ Easy Money จากยอดสต๊อก 63 ล้านบาท สู่ยอดกว่า 27,000 ล้านบาท ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการสร้างรากฐานที่แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบ IT มาตรฐานการทำงานที่เหมือนกันทุกสาขา และวัฒนธรรมการตัดสินใจที่ยึดข้อมูลจริงเป็นหลัก
เมื่อระบบและมาตรฐานแข็งแรง ธุรกิจก็สามารถเติบโตได้ โดยยังคงรักษาคุณภาพไว้ได้เหมือนเดิม และค่อยๆ เติบโตแบบก้าวกระโดดตามหลัก Exponential Growth พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ของ Easy Money จากโรงจำนำแบบเดิม สู่การเป็นสถาบันการเงินทางเลือกที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเปลี่ยนสินทรัพย์ของลูกค้าให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ

แล้วพนักงานอย่างเราได้อะไรจาก Town Hall ครั้งนี้
สิ่งที่พนักงานอย่างเราได้กลับมาคือมุมมองที่ชัดขึ้นว่า งานในทุกวันของเราเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานตามมาตรฐาน การดูแลทรัพย์สินของลูกค้า หรือการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในงานของตนเอง
เมื่อทุกคนช่วยกันรักษามาตรฐานและใส่ใจในรายละเอียดของงานในแต่ละขั้นตอน ก็เท่ากับช่วยเสริมรากฐานขององค์กรให้แข็งแรงขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน Easy Money ให้เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืนในอนาคต