
อีซี่มันนี่เผยกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างโปร่งใส ครอบคลุม 98 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง ด้วยระบบ ISO ที่ควบคุมการประเมิน จัดเก็บ และการเข้าถึงอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน พร้อมยกระดับบริการผ่านแอปพลิเคชัน ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกจุดบริการ
อีซี่มันนี่ได้จัดกิจกรรม เปิดบ้านพาชม “เบื้องหลังห้องเก็บทรัพย์” ณ อีซี่มันนี่ สาขาพระราม 9 เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวแทนสื่อมวลชนได้เข้าชมและสัมผัสกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สินของอีซี่มันนี่อย่างใกล้ชิด โดยมีสื่อมวลชนชั้นนำเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 6 สำนัก ได้แก่ The Standard, การเงินธนาคาร, กรุงเทพธุรกิจ, Thairath Money, Marketing Oops และ Today
นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) อีซี่มันนี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่าการดำเนินธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน ความเชื่อมั่นคือ หัวใจสำคัญ และหนึ่งในองค์ประกอบที่สะท้อนความเชื่อมั่นนั้นได้ชัดเจนที่สุด คือการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า ซึ่งอีซี่มันนี่ได้ยกระดับมาตรฐานดังกล่าวผ่าน “ห้องเก็บทรัพย์”
ที่ออกแบบอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานเทียบเท่าสถาบันการเงิน โดยห้องเก็บทรัพย์ของอีซี่มันนี่ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับจัดเก็บทรัพย์สิน แต่คือระบบบริหารจัดการที่ถูกออกแบบมาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่โครงสร้างพื้นที่ ระบบความปลอดภัย ไปจนถึงกระบวนการทำงานที่สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน ISO และใช้แนวทางปฎิบัติเดียวกัน 98 สาขาทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เท่าเทียมและเชื่อถือได้ สำหรับลูกค้า
.jpg)
.jpg)
จุดเด่นสำคัญ คือ ระบบติดตามและควบคุมการเข้าถึงทรัพย์สินอย่างเข้มงวด ทุกชิ้นทรัพย์จะถูกบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน การเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บถูกจำกัดเฉพาะบุคลากรที่ได้รับอนุญาต พร้อมมีระบบตรวจสอบ เพื่อลดความเสี่ยงด้านความผิดพลาดและการทุจริต นอกจากความปลอดภัยแล้ว อีซี่มันนี่ยังให้ความสำคัญกับ “กระบวนการก่อนการจัดเก็บ” โดยมีการแพ็คทรัพย์สินอย่างมืออาชีพ ใช้วัสดุและวิธีการที่ช่วยป้องกันความเสียหาย และมีการจัดเก็บอย่างเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้สะท้อนผ่านแนวคิดสำคัญขององค์กรที่ว่า “วันมา-วันกลับ ทรัพย์เหมือนเดิม” ซึ่งไม่ใช่เพียงคำกล่าวเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นคำมั่นที่เกิดจากระบบการทำงานจริงที่รองรับอยู่เบื้องหลัง

“ห้องเก็บทรัพย์ มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของธุรกิจโรงรับจำนำ จากรูปแบบดั้งเดิมที่อาจถูกมองว่าขาดความโปร่งใส ไปสู่การเป็นบริการทางการเงินที่ทันสมัย ตรวจสอบได้ เมื่อมาตรฐาน ความโปร่งใส และเทคโนโลยี ถูกนำมาผสานเข้าด้วยกัน ห้องเก็บทรัพย์ของอีซี่มันนี่จึงไม่ได้เป็นเพียง พื้นที่เก็บของ มีค่า แต่คือกลไกสำคัญที่สร้างความไว้วางใจ และขับเคลื่อนธุรกิจสินเชื่อทางเลือกให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายสุธีกล่าว
ในระบบการเงินไทยที่ดูเหมือนจะมีทางเลือกมากมาย กลับยังมี “ช่องว่าง” สำคัญที่ถูกมองข้ามมาโดยตลอด นั่นคือ กลุ่มคนที่มีทรัพย์สินอยู่ในมือ แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการที่ไม่มีเอกสารรายได้ตามรูปแบบที่สถาบันการเงินกำหนด ช่องว่างนี้เอง เปรียบเสมือน “จิ๊กซอว์ที่หายไป” ของระบบการเงินไทย และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “อีซี่มันนี่” ธุรกิจสินเชื่อทางเลือกที่ตั้งใจเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี อีซี่มันนี่ไม่ได้เพียงเติบโตในเชิงธุรกิจ แต่ยังมุ่งเปลี่ยน “มุมมอง” ของสังคมที่มีต่อโรงรับจำนำ จากภาพจำเดิมที่อาจถูกมองในเชิงลบ ให้กลายเป็น “เครื่องมือทางการเงิน” ที่โปร่งใส รวดเร็ว และให้เกียรติลูกค้า แนวคิดสำคัญของอีซี่มันนี่ คือการทำให้ทรัพย์สินที่ผู้คนมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เครื่องประดับ หรือของมีค่า กลายเป็น “โอกาส” ทางการเงินที่เข้าถึงได้จริง โดยไม่ต้องพึ่งพาเงื่อนไขแบบระบบธนาคาร
.jpg)
ปัจจุบันทรัพย์จำนำกว่า 90% เป็น “ทองคำ” เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง และมีอัตราทรัพย์หลุดจำนำเพียง 1.3% เท่านั้น เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่มองว่าการจำนำให้ความคุ้มค่ามากกว่าการขายขาด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำมีความผันผวน นอกจากนี้ อีซี่มันนี่ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมศักยภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ แอปพลิเคชันสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 80% ของการใช้งานทั้งหมด ช่วยลดความแออัดหน้าสาขา และยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ในด้านการบริหารความเสี่ยง บริษัทให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตภายใน ผ่านระบบตรวจสอบและควบคุมที่เข้มงวด ขณะเดียวกันยังมีการดำเนินธุรกิจร้านทองควบคู่ไปกับโรงรับจำนำ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มที่ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น และกลุ่มที่ต้องการบริหารสินทรัพย์ในระยะยาว

ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดทรัพย์สะสมไว้ที่ 34,000 ล้านบาท โดยครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่ประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการ SME ฟรีแลนซ์ ไปจนถึงนักลงทุนและเจ้าของกิจการที่มีทรัพย์สินแต่ขาดสภาพคล่องชั่วคราว โดยอีซี่มันนี่ทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ทางการเงิน (Bridging Loan) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นโอกาสทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือน “การกู้ตัวเอง” เพื่อปลดล็อกศักยภาพของทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ