
ในสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง หลายคนตัดสินใจกู้เงินจากผู้ให้บริการรายต่าง ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมายอยู่ที่เท่าไหร่ ? กลายเป็นว่าหลงไปกู้เงินกับแหล่งเงินกู้นอกระบบที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูง จนสุดท้ายก็ไม่สามารถหาเงินมาชำระคืนได้ และเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายร่างกายอีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมาย ที่รู้แล้วไม่เผลอไปกู้เงินนอกระบบอย่างแน่นอน
Key Takeaway
• ดอกเบี้ยเงินกู้ คือ ผลตอบแทนที่ผู้ให้กู้จะได้รับจากการให้ยืมเงิน ซึ่งผู้ให้บริการกู้เงินด่วนแต่ละราย ต่างคิดอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุดตามกฎหมาย เพื่อควบคุมไม่ให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมสูงจนเกินไป
• ดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมาย คิดได้สูงสุดร้อยละ 15% ต่อปี แต่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับสามารถคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เกินกว่าร้อยละ 15% ต่อปีได้ ตาม พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
• รูปแบบการคิดดอกเบี้ยเงินกู้มีทั้งหมด 2 รูปแบบ ซึ่งได้แก่ 1. ดอกเบี้ยคงที่ และ 2. ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก
สารบัญบทความ
• ดอกเบี้ยเงินกู้คืออะไร ทำไมผู้กู้ต้องรู้?
• ดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมาย คิดได้สูงสุดเท่าไหร่?
• รูปแบบดอกเบี้ยเงินกู้ มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร?
• เลือกสินเชื่ออย่างไร ไม่ให้เสียดอกเบี้ยเกินจำเป็น?
• รวมกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้ที่ผู้กู้ควรรู้
• ดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมาย ข้อมูลสำคัญที่ผู้กู้ทุกคนควรรู้!
• คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ดอกเบี้ยเงินกู้คืออะไร ? ดอกเบี้ยเงินกู้ คือผลตอบแทนที่ผู้ให้กู้จะได้รับจากการให้ยืมเงิน ซึ่งผู้ให้บริการกู้เงินด่วนแต่ละราย ต่างคิดอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุดตามกฎหมาย เพื่อควบคุมไม่ให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมสูงจนเกินไป
นอกจากผู้ให้บริการเงินกู้แต่ละรายจะคิดดอกเบี้ยไม่เหมือนกันแล้ว สินเชื่อแต่ละประเภทก็คิดดอกเบี้ยตามกฎหมาย ต่อเดือน ไม่เท่ากัน กล่าวคือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยร้อยละมักจะต่ำกว่าสินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้นหากคุณประสบกับปัญหาเงินหมด ก็ควรศึกษาเรื่องกฎหมายเงินกู้ให้ดี เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงจนเกินความจำเป็นได้
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมายของสินเชื่อแต่ละประเภท มีข้อกำหนดแตกต่างกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
วิธีหาเงินด่วนผ่านการยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไป เช่น การยืมเงินระหว่างเพื่อนกับเพื่อน หรือกับคนรู้จัก หลายคนไม่รู้ว่ามีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกเก็บได้เช่นเดียวกัน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายของการยืมเงินกันในลักษณะดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 15% ต่อปี หรือร้อยละ 1.25% ต่อเดือน
อย่างไรก็ตามการให้ยืมเงินกันระหว่างบุคคลมักไม่ได้ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้เมื่อผู้ให้กู้คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็ส่งผลให้ไม่สามารถฟ้องร้องได้ ดังนั้นเมื่อตัดสินใจยืมเงินกับคนรู้จักแล้ว ก็ควรทำสัญญาเงินกู้ที่ระบุเงื่อนไขต่าง ๆ เอาไว้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบ จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ไม่เป็นธรรม
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันการเงิน กฎหมายกำหนดให้สามารถคิดได้สูงกว่าการยืมเงินกันระหว่างบุคคลทั่วไป ซึ่งอัตราดอกเบี้ยสูงสุดจะเป็นเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของสินเชื่อ เช่น บัตรเครดิตคิดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุดร้อยละ 16% ต่อปี, สินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป อย่างบริการยืมเงิน 3,000 ด่วน ในระยะสั้น คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 25% ต่อปี, สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 24% ต่อปี และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 33% ต่อปี
ดอกเบี้ยผิดนัด คือ ดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ต้องชำระเพิ่ม เมื่อจ่ายค่างวดล่าช้ากว่าที่กำหนด โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ อัตราดอกเบี้ยผิดนัดต้องไม่เกิน 3% ของอัตราดอกเบี้ยในสัญญากู้เงิน เช่น อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 10% ผู้ให้กู้จะคิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 13% และสถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะในส่วนของเงินต้นที่ค้างชำระเท่านั้น โดยไม่สามารถนำเงินต้นในอนาคตมาคำนวณร่วมกันได้
และเมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้น นอกจากผู้กู้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดแล้ว ยังต้องชำระค่าติดตามทวงถามด้วย โดยสถาบันการเงินจะคิดค่าติดตามทวงถามตั้งแต่ 50 - 400 บาท แต่ทั้งนี้สถาบันการเงินจะไม่สามารถคิดค่าติดตามทวงถามได้ หากมูลหนี้ต่ำกว่า 1,000 บาท และไม่สามารถนำค่าติดตามทวงถามมาคำนวณร่วมกับดอกเบี้ยได้เช่นเดียวกัน
ส่วนค่าธรรมเนียมเงินกู้ เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่สถาบันการเงินเรียกเก็บนอกจากดอกเบี้ย เช่น บัตรเครดิตจะคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี หรือสินเชื่อบ้าน จะคิดค่าประเมินหลักประกัน, ค่าจดจำนอง เป็นต้น ทำให้ก่อนขอสินเชื่อจึงต้องเปรียบเทียบเงื่อนไขค่าธรรมเนียมของแต่ละสถาบันการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมสูงจนเกินไป
วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมายมีทั้งหมด 2 แบบ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่พบได้บ่อยในสินเชื่อรถยนต์ จุดเด่นคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายต่องวดเท่ากันตลอดสัญญา ทำให้ผู้กู้ทราบระยะเวลาการชำระหนี้ที่แน่นอน ส่งผลให้สามารถวางแผนการชำระคืนเงินกู้ได้โดยง่าย ซึ่งการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ สามารถศึกษาได้จากตัวอย่างดังต่อไปนี้
กู้เงิน 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อน 4 ปี (48 งวด)
• ดอกเบี้ยทั้งหมด 200,000 บาท x 5% x 4 ปี = 40,000 บาท
• ยอดหนี้ทั้งหมด 200,000 บาท + 40,000 บาท = 240,000 บาท
• ค่างวดที่ต้องผ่อนต่อเดือน 240,000 บาท ? 48 งวด = 5,000 บาท
ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกพบเห็นได้บ่อยในสินเชื่อส่วนบุคคล เช่น บริการยืมเงินฉุกเฉิน5000ด่วน ที่มักได้รับความนิยมในแอปเงินกู้ถูกกฎหมาย โดยการคิดดอกเบี้ยในลักษณะดังกล่าวจะนำเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวดไปคิดคำนวณดอกเบี้ยในงวดถัดไป ซึ่งหมายความว่ายิ่งเงินต้นลดลงมากเท่าไหร่ ดอกเบี้ยจะยิ่งลดลงมากขึ้นเท่านั้น และมีจุดเด่นตรงที่ผู้กู้สามารถนำเงินก้อนไปโปะหนี้ เพื่อให้ปิดหนี้เร็วกว่าที่กำหนด โดยการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอก สามารถศึกษาได้จากตัวอย่างดังต่อไปนี้
กู้เงิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 25% ต่อปี ตกลงผ่อนชำระเดือนละ 5,000 บาท
ดอกเบี้ยในงวดที่ 1
• ดอกเบี้ยทั้งหมดที่ต้องจ่าย (100,000 บาท x 25% x 30 วัน) ? 365 วัน = 2,054.79 บาท
• จำนวนเงินที่นำไปหักเงินต้น : 5,000 บาท - 2,054.79 บาท = 2,945.21 บาท
• จำนวนเงินต้นคงเหลือ : 100,000 บาท - 2,945.21 บาท = 97,054.79 บาท
ดอกเบี้ยในงวดที่ 2
• ดอกเบี้ยทั้งหมดที่ต้องจ่าย (97,054.79 x 25% x 30 วัน) ? 365 วัน = 1,994.276 บาท
• จำนวนเงินที่นำไปหักเงินต้น : 5,000 - 1,994.276 = 3,005.724 บาท
• จำนวนเงินต้นคงเหลือ : 97,054.79 - 3,005.724 = 94,049.066 บาท
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมาย มีวิธีคิด 2 ประเภท ซึ่งได้แก่ 1. อัตราดอกเบี้ยดอกเบี้ยถูกกฎหมายแบบคงที่ และ 2. อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก โดยสินเชื่อแต่ละประเภทมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป กล่าวคือสินเชื่อแบบคงที่ เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนผ่อนชำระค่างวดที่เท่ากันทุกเดือน ส่วนสินเชื่อที่คิดอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก อย่างบริการยืมเงิน 1,000 ด่วนโอนเข้าบัญชี เหมาะกับผู้ที่ต้องการปิดหนี้ให้เร็วกว่าที่ครบกำหนด ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบที่ดีที่สุดว่าสินเชื่อแบบไหนที่ดีกว่ากัน
ดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมายมีข้อกำหนดพื้นฐานมาจากกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
มีทั้งหมด 3 มาตรา ซึ่งได้แก่
• มาตรา 7: หากกู้ยืมเงินกันโดยไม่ได้ตกลงเรื่องอัตราดอกเบี้ยไว้ ให้ผู้กู้คิดดอกเบี้ยได้เพียง 3% ต่อปี
• มาตรา 654 : ห้ามผู้ให้กู้คิดอัตราดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี หากคิดเกินกว่านี้ ดอกเบี้ยจะถือเป็นโมฆะทั้งหมด
• มาตรา 655 : ห้ามผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ (ห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย) แต่ยกเว้นให้ทำได้หากดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่า 1 ปี และคู่สัญญาตกลงทำเป็นหนังสือให้นำดอกเบี้ยนั้นทบกับเงินต้นเพื่อคิดดอกเบี้ยต่อได้
หากผู้ให้กู้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15% ต่อปี หรือกำหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจำนวนเงินกู้หรือเรื่องอื่น ๆ ไว้ในหลักฐานการกู้ยืม หรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้ปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือกำหนดจะเอาหรือรับเอาซึ่งประโยชน์อื่นนอกจากดอกเบี้ย จนเห็นได้ชัดว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากเกินส่วนอันสมควรตามเงื่อนไขแห่งการกู้ยืมเงิน จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เป็นกฎหมายที่อนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถคิดอัตราดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15% ต่อปี ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด นอกจากนี้ยังกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเปิดเผยข้อมูล ค่าบริการ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมาย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อย่างชัดเจน
กำหนดหลักเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของสินเชื่อ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลคิดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุดที่ร้อยละ 25% ต่อปี, บัตรเครดิตอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ร้อยละ 16% ต่อปี, สินเชื่อรถแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 24% ต่อปี เป็นต้น
สัญญาเงินกู้ต้องมีเงื่อนไขที่เป็นธรรมและผู้กู้ต้องมีสิทธิทราบข้อความที่เป็นสาระสำคัญ
ดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้กู้ทุกคนควรรู้ก่อนขอสินเชื่อทั้งในระยะสั้น เช่น บริการเงินด่วน 10 นาทีโอนเข้าบัญชีและสินเชื่อระยะยาว อย่างสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถยนต์ เพราะข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้คุณเข้าใจได้ว่าผู้ให้บริการรายใด เป็นผู้ให้บริการเงินกู้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายและป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ที่ไม่เป็นธรรมได้
กำลังประสบกับปัญหาหมุนเงินไม่ทัน เงินแต่ละวันไม่พอใช้ ใช่หรือไม่? ไม่เป็นไร ให้ Easy Money เป็นตัวช่วยของคุณ เพราะเราคือโรงรับจำนำเอกชนเพื่อคนทุกระดับ มาพร้อมกับสาขาทั่วประเทศ ให้บริการรับจำนำทรัพย์ในราคาที่คุณพึงพอใจ เปรียบเสมือนสินเชื่อเงินด่วนดอกเบี้ยต่ำ ที่ช่วยให้ชีวิตไปต่อได้แบบไม่มีสะดุด
ซึ่งหากคุณสนใจสามารถปรึกษา Easy Money ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน EASY CARE 02-113-1123 ให้บริการทุกวันในเวลา 08.00-18.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ดอกเบี้ยเงินกู้สามารถคำนวณ ได้ 2 วิธี คือ 1.คำนวณแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ และ 2. คำนวณแบบลดต้นลดดอก
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 กำหนดให้บุคคลทั่วไปเรียกเก็บดอกเบี้ยได้สูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งการคิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน เมื่อคิดเป็นรายปีจะเท่ากับ ร้อยละ 60 ต่อปี ดังนั้นเงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน จึงผิดกฎหมาย
ธนาคารสามารถคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15% ต่อปีได้ ตามพ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
ในกรณีที่สมัครสินเชื่อแล้วพบว่าดอกเบี้ยเงินกู้ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ให้คุณรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ซึ่งได้แก่ สัญญาเงินกู้, หลักฐานการโอนเงิน, ข้อความสนทนา และสมุดบัญชีธนาคาร จากนั้นให้ร้องเรียนธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ในกรณีที่เป็นเงินกู้นอกระบบให้แจ้งความต่อสถานีตำรวจ