
บ้านที่เคยอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายครอบครัวเริ่มประสบกับปัญหาพื้นที่คับแคบ ไม่ว่าจะเพราะการแต่งงาน การสร้างมุมทำงานที่บ้านเพื่อรองรับการทำงานแบบ Work from home หรือการรีโนเวทห้องครัวให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งหลายคนไม่มีเงินสดปรับปรุงบ้านในคราวเดียว ทำให้หลายคนมองหาสินเชื่อหรือแหล่งเงินทุนสำหรับใช้ในการต่อเติมและปรับปรุงบ้าน บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจกันว่าการกู้ต่อเติมบ้านต้องทําอย่างไร? และการขอสินเชื่อต่อเติมบ้านแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถทำได้หรือไม่
Key Takeaways
• การกู้ต่อเติมบ้านควรเริ่มจากกำหนดขอบเขตงานและประเมินงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อเลือกวงเงินและรูปแบบสินเชื่อให้เหมาะกับความต้องการ
• สินเชื่อสำหรับต่อเติมบ้านมีหลายรูปแบบ เช่น สินเชื่อบ้านกู้เพิ่ม สินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อทรัพย์ค้ำ โดยเงื่อนไขแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ
• เอกสารที่อาจต้องเตรียม ได้แก่ เอกสารส่วนบุคคล เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารเกี่ยวกับหลักประกันหรือโครงการต่อเติม ขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อ
• ก่อนกู้ควรเปรียบเทียบวงเงิน อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการใช้หลักประกัน พร้อมประเมินภาระผ่อนให้สอดคล้องกับรายได้และค่าใช้จ่าย
สารบัญบทความ
• กู้ต่อเติมบ้านได้ไหม มีสินเชื่อแบบไหนให้เลือก?
• 4 ขั้นตอนที่ต้องต้องวางแผนก่อนกู้ต่อเติมบ้าน
• เอกสารกู้ต่อเติมบ้านมีอะไรบ้าง?
• ก่อนตัดสินใจกู้ต่อเติมบ้าน ควรเช็กอะไรบ้าง?
• ทางเลือกเมื่อมีทรัพย์สินและต้องการเงินทุนสำหรับต่อเติมบ้าน
• คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

การต่อเติมบ้านอาจมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามขนาดและลักษณะของงาน ทำให้บางคนอาจต้องมองหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับการกู้ต่อเติมบ้านโดยเฉพาะ โดยสินเชื่อต่อเติมบ้านมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่ามีสินเชื่อประเภทไหนที่น่าสนใจบ้าง
เป็นสินเชื่อที่กำหนดวัตถุประสงค์การกู้เงินเอาไว้อย่างชัดเจนกล่าวคือ สินเชื่อประเภทนี้กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ เช่น การต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน โดยผู้กู้ควรตรวจสอบวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการใช้วงเงินของผู้ให้บริการก่อนยื่นขอสินเชื่อ ไม่สามารถนำเงินกู้ที่ได้ไปใช้นอกเหนือวัตถุประสงค์ที่เงินกู้กำหนด เช่น กู้เงินแต่งงาน โดยเอกสารที่ใช้ในการยื่นกู้จะต้องมีสัญญาการว่าจ้าง, แบบแปลน, ใบประมาณราคาประกอบการพิจารณาด้วย
เรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่าสินเชื่อ Top-Up โดยเป็นการขอวงเงินกู้เพิ่มจากธนาคารเดิมที่กำลังผ่อนอยู่ ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องหาหลักประกันใหม่ เพราะสามารถใช้บ้าน หรือที่ดินที่กำลังผ่อนอยู่เป็นหลักประกันได้ และการกู้เงินต่อเติมบ้านด้วยสินเชื่อดังกล่าว จะคิดดอกเบี้ยใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยบ้าน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารและผลิตภัณฑ์ที่เลือก
เป็นการนำบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ปลอดภาระแล้ว มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ มีจุดเด่นคือ ได้วงเงินสูง ระยะเวลาผ่อนชำระนาน ผู้กู้สามารถนำวงเงินที่ได้ไปใช้จ่ายได้อย่างอเนกประสงค์ เช่น กู้เงินตกแต่งบ้าน, กู้เงินเรียนต่อ หรือกู้เงินไปขยายธุรกิจ
สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Financing) เหมาะสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินมีค่า เช่น นาฬิกาแบรนด์เนม กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องประดับเพชร หรือทองคำ ซึ่งสามารถนำมาประเมินมูลค่าเพื่อพิจารณาขอรับเงินทุนได้ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อเติมหรือปรับปรุงบ้าน ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวมักให้บริการผ่านโรงรับจำนำ มีข้อดีคือได้รับเงินสดทันที โดยไม่ตรวจเครดิตบูโร แต่ทั้งนี้ควรใช้บริการกู้เงินระยะสั้นดังกล่าวกับโรงรับจำนำที่มีมาตรฐานการรักษาทรัพย์เป็นอย่างดี โดย Easy Money เป็นโรงรับจำนำที่น่าเชื่อถือ ประเมินทรัพย์ตามสภาพในมูลค่าราคาจริง เหมาะสำหรับคนต้องการสภาพคล่องเร่งด่วน ต้องการใช้เงินโดยไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ สินเชื่อคืออะไร รู้จักประเภทและเทคนิคการกู้เงินให้ผ่านฉลุย
หากต้องการให้การกู้เงินต่อเติมบ้านเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่เกิดปัญหางบประมาณก่อสร้างบานปลาย การวางแผนล่วงหน้าถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่ง 4 ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ผู้วางแผนกู้เงินรีโนเวทบ้านควรรู้
การกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตการต่อเติม จะช่วยให้เราประเมินขนาดของเนื้องานได้อย่างถูกต้อง และขอวงเงินกู้ที่เหมาะสมได้ โดยในการกำหนดขอบเขตการต่อเติม ควรสำรวจด้วยตนเองว่าต้องการต่อเติมในส่วนไหน และขนาดพื้นที่ต่อเติมเท่าไหร่ เพื่อให้สามารถกำหนดขอบเขตงานและตรวจสอบรายการที่ผู้รับเหมาเสนอได้อย่างชัดเจน
ขั้นตอนนี้ช่วยให้เรารู้ว่าต้องกู้เงินในวงเงินเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอกับค่าใช้จ่าย และสามารถเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองได้ โดยในการคำนวณค่าใช้จ่ายควรคิดให้ละเอียดที่สุด ครอบคลุมทั้งค่าตกแต่งภายใน, ค่าแรงช่าง, ค่าวัสดุก่อสร้าง และที่สำคัญ ควรเผื่องบประมาณสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการต่อเติม โดยกำหนดสัดส่วนให้เหมาะกับลักษณะและขนาดของงาน
ในกรณีที่ขอสินเชื่อสำหรับต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน ผู้ให้สินเชื่ออาจขอแบบแปลน ใบประมาณการ และเอกสารเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือต่อเติม เพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อ และป้องกันปัญหาข้อกฎหมายในภายหลัง หากเราไม่มีแบบแปลนบ้าน ก็สามารถขอให้ผู้รับเหมา หรือสถาปนิกเป็นผู้จัดทำให้
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการยื่นขอสินเชื่อทุกประเภท เนื่องจากมีผู้ขอสินเชื่อจำนวนมาก ไม่ผ่านการพิจารณา เพราะเอกสารไม่ครบตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน ซึ่งเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอสินเชื่อต่อเติมบ้านจะมีอยู่หลัก ๆ ได้แก่ เอกสารแสดงแหล่งที่มาของรายได้, เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล และเอกสารแสดงข้อมูลเกี่ยวกับหลักประกัน
การกู้ต่อเติมบ้านจะใช้เอกสารหลัก ๆ 3 ส่วนซึ่งได้แก่
1. เอกสารแสดงแหล่งที่มาของรายได้
• พนักงานประจำ: หนังสือรับรองเงินเดือน พร้อมสำเนาบัญชีธนาคาร (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน และสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
• อาชีพอิสระ/เจ้ากิจการ: หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน, รายการเดินบัญชีย้อน หลัง 6 เดือน และหลักฐานแสดงการจ่ายภาษี
2. เอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ต่อเติมบ้าน
• สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
• สำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้
• สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
3. เอกสารหลักประกัน
• ใบอนุญาตก่อสร้างหรือเอกสารการแจ้งก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคารตามกรณีจากหน่วยงานราชการในกรณีที่มีการก่อสร้างใหญ่
• แบบแปลน
• ใบประมาณราคา
• สัญญาว่าจ้างผู้รับเหมา
• สำเนาโฉนดที่ดินที่มีชื่อผู้กู้รีโนเวทบ้าน
ก่อนตัดสินใจกู้เงินต่อเติมบ้านควรตรวจเช็กความพร้อมต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้เราสามารถผ่อนชำระสินเชื่อตกแต่งบ้านได้อย่างต่อเนื่อง และกู้เงินรีโนเวทบ้านได้อย่างปลอดภัย โดยสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจกู้เงิน มีดังนี้
• เงื่อนไขของสินเชื่อ - สินเชื่อต่อเติมบ้านแต่ละประเภทต่างเสนอเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป เช่น สินเชื่อทรัพย์ค้ำประกัน E (Asset - Backed Financing) ใช้เพียงทรัพย์สินที่มีค่าและบัตรประชาชนตัวจริงเพียงใบเดียว ก็ขอวงเงินกู้เพื่อปรับปรุงบ้านได้ทันที ในขณะที่สินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน จะมีกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอน ใช้เอกสารจำนวนมาก แต่ก็จะได้วงเงินกู้ที่สูงกว่า
• ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ - ในกรณีที่ขอสินเชื่อทรัพย์ค้ำประกันE (Asset - Backed Financing) อย่างบริการจากโรงรับจำนำ ควรตรวจสอบว่าเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตและดำเนินงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งโรงรับจำนำ Easy Money เป็นโรงรับจำนำที่มีความน่าเชื่อถือ ขอวงเงินได้ภายในวันเดียว รับจำนำทรัพย์หลากหลายประเภท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำทองมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเป็นอย่างยิ่ง
• ความสามารถในการผ่อนชำระ - ยอดผ่อนชำระสินเชื่อกู้เงินซ่อมแซมบ้าน ไม่ควรสูงเกินกว่า 40% ของรายได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระผ่อนสูงเกินไป จนกระทบต่อคุณภาพการดำรงชีวิตประจำวัน
• คุณภาพของผู้รับเหมา - ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีความน่าเชื่อถือ โดยสามารถตรวจสอบคุณภาพผู้รับเหมาเบื้องต้นได้จากผลงานที่เคยทำมา หรือรีวิวของผู้เคยใช้บริการจริง
• ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคาร - ในกรณีที่ปรับปรุงอาคารขนาดใหญ่ ควรตรวจสอบด้วยว่าต้องขอใบอนุญาตหรือไม่ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
การกู้ต่อเติมบ้านไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะในปัจจุบันมีสินเชื่อหลากหลายรูปแบบที่ให้เราสามารถกู้เงินซ่อมแซมบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้บ้่านเป็นหลักประกัน, สินเชื่อ Top-Up หรือแม้แต่การใช้บริการจากโรงรับจำนำ อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจกู้เงินต่อเติมบ้าน ควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขของสินเชื่อให้ดีว่าเอกสารที่ต้องใช้คืออะไร และกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เรากู้เงินผ่านได้อย่างราบรื่น
หากมีทรัพย์สินและต้องการเปลี่ยนให้กลายเป็นเงินสด เพื่อปรับปรุงบ้าน นึกถึง Easy Money โรงรับจำนำที่มีบริการประเมินทรัพย์เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่อง หรือที่เรียกกันว่าสินเชื่อทรัพย์ค้ำประกัน E (Asset-Backed Financing) เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าและเดินทางสะดวก ดอกเบี้ยต่ำ มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน เหมาะกับผู้กู้เงินทุกระดับที้ต้องการเงินสดเสริมสภาพคล่องในด้านต่าง ๆ และสามารถติดตามสถานะตั๋วจำนำได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอป Easy Smart
ดาวน์โหลดแอป Easy Smart
• Android : Easy Smart โรงรับจำนำ ONLINE - แอปพลิเคชันใน Google Play
• iOS : Easy Smart โรงรับจำนำ ONLINE App
ซึ่งหากคุณสนใจสามารถปรึกษา Easy Money ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน EASY CARE 02-113-1123 LINE OA ให้บริการทุกวันในเวลา 08.00-18.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อ หากเป็นสินเชื่อบ้านกู้เพิ่มบนหลักประกันเดิม กรณีนี้ผู้กู้ต้องมีบ้านเป็นของตนเอง แต่ถ้าเป็นการกู้เงินต่อเติมเล็กน้อย โดยใช้สินเชื่อทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Financing) ไม่จำเป็นต้องใช้บ้านเป็นหลักประกันเงินกู้
สามารกู้ต่อเติมบ้านเพิ่มได้ด้วยสินเชื่อบ้านกู้เพิ่มบนหลักประกันเดิม หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน
ใช้เอกสารหลัก ๆ 3 ส่วนซึ่งได้แก่ 1.เอกสารแสดงแหล่งที่มาของรายได้, 2.เอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ต่อเติมบ้าน และ 3.เอกสารหลักประกัน
สามารถใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันได้ โดยขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ เช่น สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มบนหลักประกันเดิมหรือสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน หรือสินเชื่อทรัพย์ค้ำ (Asset-Backed Financing) ที่นำทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ มาใช้เป็นหลักประกันได้ เช่น ทองคำ เครื่องประดับเพชร นาฬิกาแบรนด์เนม และกระเป๋าแบรนด์เนม
การประเมินวงเงินกู้ต่อเติมบ้านควรเริ่มจากงบประมาณที่ต้องใช้จริง เช่น ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงช่าง ค่าผู้ออกแบบ และค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตก่อสร้าง (ถ้ามี) จากนั้นจึงพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และเงื่อนไขของสินเชื่อแต่ละประเภท หากเลือกสินเชื่อที่ใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน วงเงินที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับมูลค่าที่ประเมินได้และหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการด้วย