
ในวันที่ต้องการเงินก้อนเพื่อขยับขยายธุรกิจหรือเพิ่มเงินทุนให้ธุรกิจเดินต่อ หลายคนอาจลังเลว่าจะเลือกสินเชื่อแบบไหนดีที่ทั้งได้วงเงินสูงและไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแพงเกินไป สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันจึงเป็นคำตอบที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้คุณใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดมูลค่า โดยไม่ต้องขายทิ้ง
สินเชื่อประเภทนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน แต่ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้าน ที่ดิน หรือคอนโดได้เปลี่ยนจากทรัพย์ที่มี รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดก้อนใหญ่ได้ และแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะมีกี่รูปแบบ? แบบไหนเหมาะกับคุณ? ตามมาดูกัน!
Key Takeaway
• สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือสินเชื่อที่ผู้ขอกู้ต้องนำทรัพย์สินของตนเองมาใช้เป็นหลักประกัน
• บ้าน ที่ดิน หรือคอนโด ถือเป็นหลักทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการขอสินเชื่อ
• วงเงินของสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกัน
สารบัญบทความ
• สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไร?
• หลักทรัพย์ค้ำประกันมีอะไรบ้าง?
• ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ควรรู้ในการขอสินเชื่อ
• สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันต้องระวังอะไรบ้าง?
• สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ไหนดี?
• สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตัวช่วยให้ธุรกิจไปต่อไม่สะดุด

สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือสินเชื่อที่ผู้ขอกู้ต้องนำทรัพย์สินของตนเองมาใช้เป็นหลักประกัน เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด หรือรถยนต์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินว่าผู้กู้จะสามารถชำระหนี้ได้ครบถ้วน ด้วยการมีหลักทรัพย์ค้ำประกันนี้ ทำให้ผู้กู้ได้รับวงเงินที่สูงกว่าและดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป
ประโยชน์ของสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือช่วยให้คุณเข้าถึงเงินก้อนได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำเงินลงทุนไปขยายกิจการ ปรับปรุงบ้าน หรือบริหารค่าใช้จ่ายสำคัญในชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องขายทรัพย์สินที่มีอยู่จริง ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีทรัพย์แต่ยังขาดสภาพคล่อง เช่น เจ้าของกิจการ หรือพนักงานที่ต้องการหมุนเงินระยะยาว
ในการขอสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสิ่งสำคัญที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะพิจารณา คือมูลค่าและประเภทของทรัพย์สินที่ผู้กู้นำมาใช้ค้ำประกัน โดยทั่วไปหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ได้รับความนิยมมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีที่ต่างกันไป ดังนี้
บ้าน ที่ดิน หรือคอนโด ถือเป็นหลักทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการขอสินเชื่อ เพราะมีมูลค่าสูงและตรวจสอบสิทธิ์ความเป็นเจ้าของได้ง่าย การใช้ที่อยู่อาศัยเพื่อกู้เงินแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันช่วยให้ได้วงเงินสูงสุดถึง 80–90% ของราคาประเมิน และยังเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาวิธีหาเงินด่วนผ่านการขอสินเชื่อเพื่อนำไปขยายธุรกิจ หรือต่อยอดเงินทุนในระยะยาว
รถยนต์เป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากใช้กระบวนการตรวจสอบง่ายและอนุมัติไว เหมาะกับผู้ที่เงินหมดต้องการเงินก้อนด่วนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องระยะสั้น โดยวงเงินที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับอายุรถและรุ่นของรถยนต์
บัญชีเงินฝากประจำสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้เช่นกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกู้ยืมโดยไม่ต้องใช้ทรัพย์สินอื่น ๆ และยังคงได้รับดอกเบี้ยจากเงินฝากเดิม ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกสำหรับผู้มีเงินออม
สำหรับข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถนำบำเหน็จตกทอดหรือสิทธิประโยชน์หลังเกษียณมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกู้เงินระยะกลางถึงยาวโดยมีรายได้แน่นอนรองรับ
เมื่อขอสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากดอกเบี้ยและยอดผ่อนชำระแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ผู้กู้ควรทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนงบประมาณให้พร้อม เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักเกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการอนุมัติและการจดทะเบียนสินเชื่อ โดยทั่วไปจะประกอบด้วยรายการต่อไปนี้
• ค่าธรรมเนียมจดจำนอง: เป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กับกรมที่ดิน (ในกรณีที่นำอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านหรือที่ดิน มาค้ำประกัน) โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1% ของมูลค่าจดจำนอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
• ค่าประเมินหลักประกัน: สถาบันการเงินจะประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน เพื่อใช้คำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสม ค่าประเมินนี้มักมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทและมูลค่าของทรัพย์สิน
• ค่าเบิกถอนเงินกู้: เป็นค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเบิกเงินกู้ในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นสินเชื่อแบบเบิกใช้บางส่วนหรือเป็นวงเงินหมุนเวียน
• ค่าอากรแสตมป์: ค่าอากรแสตมป์เป็นค่าธรรมเนียมทางภาษีที่ต้องจ่ายให้กรมสรรพากร เพื่อใช้ประทับตราบนสัญญากู้เงิน โดยมักคำนวณจากยอดเงินกู้ที่ได้รับ
• ค่าโอนกรรมสิทธิ์: หากการขอสินเชื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สิน เช่น การเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดินก่อนนำมาค้ำประกัน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามอัตราที่กรมที่ดินกำหนด
แม้ว่าสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เข้าถึงวงเงินสูงและมีดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป แต่ก็มีหลายประเด็นที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ เพราะหากบริหารจัดการไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกันได้
• ความสามารถในการชำระหนี้ สิ่งที่ควรระวังที่สุดคือการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองให้รอบด้าน หากไม่สามารถชำระค่างวดตามสัญญาได้ต่อเนื่อง ธนาคารมีสิทธิ์ยึดทรัพย์สินที่ค้ำประกันไว้ ดังนั้นควรวางแผนงบประมาณและมีเงินสำรองฉุกเฉินเสมอ
• เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ก่อนลงนามในสัญญา ควรอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม เช่น ค่าประเมินหลักประกัน หรือค่าเบิกถอนเงินกู้ ให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
• การเลือกสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ เลือกขอสินเชื่อกับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือถูกเรียกเก็บค่าดำเนินการเกินจริง
• การนำทรัพย์สินไปค้ำประกันซ้ำซ้อน ห้ามนำทรัพย์สินเดียวกันไปค้ำประกันสินเชื่อหลายแห่ง เพราะจะทำให้สัญญาเป็นโมฆะ และอาจเกิดข้อพิพาททางกฎหมายในภายหลัง
• ตรวจสอบเอกสารและสิทธิในทรัพย์สินให้ครบถ้วน ผู้กู้ควรตรวจสอบโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์ต่าง ๆ ให้ถูกต้องก่อนนำมาค้ำประกัน เพื่อป้องกันความล่าช้าระหว่างขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อ
เมื่อรู้แล้วว่าสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไร และมีหลักทรัพย์แบบใดที่ใช้ค้ำได้บ้าง ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกแหล่งขอสินเชื่อที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีเงื่อนไขที่ตอบโจทย์ทางการเงินของคุณมากที่สุด
ธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและให้วงเงินตามมูลค่าหลักทรัพย์จริง จุดเด่นคืออัตราดอกเบี้ยต่ำ เงื่อนไขชัดเจน และมีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้เลือก ทั้งสินเชื่อบ้านค้ำประกันหรือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ
อีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมคือสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน ซึ่งมักมีเงื่อนไขพิเศษหรือโครงการสนับสนุนผู้มีรายได้น้อย เจ้าของกิจการรายย่อย หรือข้าราชการ จุดเด่นคือดอกเบี้ยต่ำและระยะเวลาผ่อนยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงและการดูแลจากภาครัฐโดยตรง
ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Non-Bank ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. เช่น ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ หรือกรุงศรีออโต้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินรวดเร็วโดยใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์เป็นหลักประกัน จุดเด่นคือขั้นตอนการสมัครง่าย รู้ผลไว แต่ควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสัญญาให้ครบถ้วนก่อนเซ็นเอกสารทุกครั้ง

สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้เข้าถึงวงเงินได้สูงขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่มักต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป เพราะมีทรัพย์สินเป็นตัวค้ำประกันเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ให้กู้ สำหรับอีซี่มันนี่ บริการ Asset-Backed Financing คือการนำทรัพย์ที่มีมาเปลี่ยนเป็นเงินสดทันที โดยรับจำนำหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ เครื่องประดับเพชร-พลอย นาฬิกา สินค้าแบรนด์เนม สินค้าไอที ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินหมุนเวียนอย่างเร่งด่วนหรือใช้ในภาวะฉุกเฉิน
ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ควรเปรียบเทียบเงื่อนไขและดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันการเงิน เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดต่อสถานการณ์ของคุณ แต่สำหรับนักธุรกิจที่หมุนเงินไม่ทัน และกำลังมองหาเงินด่วน 10 นาทีโอนเข้าบัญชี แนะนำ Easy Money ที่จะให้คำปรึกษาคุณได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน EASY CARE 02-113-1123 ให้บริการทุกวันในเวลา 08.00-18.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ได้เลย
