
คนรายได้น้อยที่ไม่มีหลักทรัพย์เป็นของตนเอง การกู้เงินด่วนถูกกฎหมายจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้ต้องมองหาแหล่งเงินกู้อื่นที่ช่วยจัดการสภาพคล่อง ซึ่งเงินกู้นอกระบบ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะเงินกู้นอกระบบรายวันใช้ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติไม่นาน แถมไม่มีการเช็กเครดิตของผู้กู้ แต่อย่างไรก็ตามการกู้หนี้นอกระบบก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่มากกว่าใครหลายคนคิด
ดังนั้นในบทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับแหล่งเงินกู้อื่น ๆ ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงบริการทางการเงินแบบฉุกเฉินได้ โดยไม่ต้องง้อเงินกู้นอกระบบ
Key Takeaway
• เงินกู้นอกระบบมีอยู่ทั้งหมด 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ 1.เงินกู้แบบหนี้รายวัน และ 2.เงินกู้นอกระบบรายเดือน
• การคิดเงินกู้นอกระบบแบบดอกลอยจะให้ลูกหนี้จ่ายดอกเบี้ยคืนเป็นรายวัน และเงินต้นไม่ลดลง จนกว่าลูกหนี้จะสามารถหาเงินก้อนมาชำระคืนในครั้งเดียว
• การเปลี่ยนหนี้นอกระบบให้เป็นเงินกู้ถูกกฎหมายสามารถทำได้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ เช่น การรวมหนี้ให้เป็นก้อนเดียว หรือการรีไฟแนนซ์หนี้ เป็นต้น
สารบัญบทความ
• เงินกู้นอกระบบ คืออะไร และต่างจากสินเชื่อปกติอย่างไร?
• เงินกู้นอกระบบมีกี่แบบ?
• สัญญาณเตือนว่าเงินกู้แบบนี้อาจไม่ปลอดภัย มีอะไรบ้าง?
• ผลกระทบจากเงินกู้นอกระบบที่หลายคนมองไม่เห็น
• ทางออกที่ปลอดภัยกว่า เมื่อจำเป็นต้องใช้เงินด่วน
• เงินกู้นอกระบบ เสี่ยงสูง คิดให้ดีก่อนกู้!
• คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เงินกู้นอกระบบ คือ การกู้เงินด่วนจากผู้ให้บริการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่น ๆ ของภาครัฐ จึงทำให้เงินกู้นอกระบบ คิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด ยิ่งไปกว่านี้การทวงหนี้ของเงินกู้นอกระบบ ไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งทำให้เจ้าหนี้นอกระบบสามารถใช้วิธีใดก็ได้ เพื่อให้ลูกหนี้ยอมชำระเงินคืน ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ หรือการทำร้ายร่างกาย ฯลฯ
ส่วนสินเชื่อเงินกู้แบบปกติ เป็นสินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับของภาครัฐ โดยประกอบด้วย 2 ประเภท ได้แก่
1. สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล ที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 25% ต่อปี หรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ที่คิดดอกเบี้ยร้อยละ 33% ต่อปี โดยสินเชื่อกลุ่มนี้หากผู้กู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ตามที่กำหนด ก็สามารถยื่นกู้ได้ทันทีผ่านทางแอปเงินกู้ถูกกฎหมาย และจุดเด่นที่สำคัญของสินเชื่อไม่มีหลักประกันอีกประการนั่นคือ ใช้ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติไม่นาน ทำให้เป็นวิธีหาเงินด่วนยอดนิยมสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการหาแหล่งเงินทุนมาใช้ในการหมุนเวียนทำธุรกิจเพิ่มเติม
2. สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นสินเชื่อที่ผู้กู้จะต้องนำหลักประกันตามที่กำหนดมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการกู้ยืม ตัวอย่างเช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อที่ดิน สินเชื่อรถแลกเงิน หรือสินเชื่อทรัพย์ค้ำประเภทอื่น ๆ (E)โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อดังกล่าวจะต่ำกว่าสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และมักกำหนดระยะเวลาชำระนานหลายปี จึงเป็นสินเชื่อที่เหมาะสำหรับการลงทุน หรือพัฒนาชีวิตในระยะยาว มากกว่าการกู้ยืมในระยะสั้น
เนื่องจากสินเชื่อเงินกู้ เป็นสินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับของภาครัฐ จึงมีหลักเกณฑ์การทวงหนี้ที่เป็นธรรม อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เช่น จะทวงหนี้ได้ไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน รวมทั้งต้องทวงในระยะเวลาที่กำหนด และหากลูกหนี้ผิดนัดชำระ เจ้าหนี้ยังไม่สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้ในทันที แต่จะต้องผ่านกระบวนการฟ้องร้องก่อน ดังนั้นหากเกิดปัญหาเงินหมด ก็ควรตัดสินใจกู้เงินกับสินเชื่อในระบบเป็นหลัก หรือถ้ากู้เงินในระบบไม่ได้จริง ๆ ก็ควรขายสินทรัพย์ที่มีออกไป เช่น ทองคำ หรือที่ดิน แทนที่จะกู้เงินนอกระบบ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : เป็นหนี้เท่าไหร่ถึงโดนยึดทรัพย์ และขายทองที่ไหนดีให้ได้ราคาสูง
เงินกู้นอกระบบมีอยู่ทั้งหมด 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ 1.เงินกู้แบบหนี้รายวัน และ 2.เงินกู้นอกระบบรายเดือนหรือรายปี ซึ่งทั้งสองแบบมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
เงินกู้แบบหนี้รายวัน คือเงินกู้ที่กำหนดเงื่อนไขให้ลูกหนี้จะต้องชำระเงินคืนทุกวัน โดยวิธีปล่อยเงินกู้รายวันมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่
1. คิดเงินกู้แบบดอกลอย จะให้ลูกหนี้จ่ายดอกเบี้ยคืนเป็นรายวัน และเงินต้นไม่ลดลง จนกว่าลูกหนี้จะสามารถหาเงินก้อนมาชำระคืนในครั้งเดียว เช่น หากกู้เงินมา 20,000 บาท เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยวันละ 1% ของเงินต้น หมายความว่าลูกหนี้จะต้องชำระคืนวันละ 200 บาท ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกว่าลูกหนี้จะหาเงิน 20,000 บาทมาชำระคืนได้
2. คิดเงินกู้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ย เป็นวิธีคิดเงินกู้ที่เหมือนกับสถาบันการเงินภายใต้การกำกับของภาครัฐ โดยจะกำหนดอย่างชัดเจนว่าลูกหนี้ต้องชำระเงินคืนต่อวันเท่าไหร่ ถึงจะปิดหนี้นอกระบบได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะดูเหมือนต่ำกว่าเงินกู้ที่คิดแบบดอกลอยก็จริง แต่ก็มักมีการหักค่าธรรมเนียมล่วงหน้า เช่น กู้เงิน 6,000 บาท กลับได้รับเงินจริง 5,000 บาท และต้องผ่อนชำระด้วยยอดเต็มจำนวน
เงินกู้นอกระบบแบบรายเดือนหรือรายปี เป็นเงินกู้ที่กำหนดระยะเวลาชำระเงินคืนนานกว่าเงินกู้แบบรายวัน โดยจะให้จ่ายดอกเบี้ยเดือนละหนึ่งครั้ง หรือปีละหนึ่งครั้ง ตามเงื่อนไขที่กำหนด และจะให้วงเงินกู้ที่สูงกว่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเงินนอกระบบแบบรายเดือนหรือรายปี จะให้ลูกหนี้นำหลักทรัพย์ค้ำประกันมาวางด้วย ทำให้ลูกหนี้ต้องวางแผนการชำระเงินคืนให้ดี มิเช่นนั้นแล้วอาจถูกยึดหลักประกันได้นั่นเอง
ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อ อย่าเพิ่งรีบสมัครโดยทันที มาเช็กลิสต์กันสักหน่อยว่าบริการเงินกู้ที่คุณสนใจ มีสัญญาณเสี่ยงว่าเป็นเงินกู้ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากมีสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้ให้มั่นใจได้เลยว่าเป็นเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
• อนุมัติไวผิดปกติ พร้อมเงื่อนไขแฝง - สินเชื่อที่ถูกกฎหมายจะใช้เวลาพิจารณาอนุมัตินานกว่าเงินกู้ผิดกฎหมาย เพราะต้องตรวจเอกสารรวมถึงคุณสมบัติของผู้สมัคร ในขณะที่เงินกู้นอกระบบ จะใช้เวลาอนุมัติไวมาก พร้อมทั้งมีเงื่อนไขอื่น ๆ แอบแฝงด้วย เช่น ให้ผู้กู้จ่ายค่าธรรมเนียมในการสมัครก่อน หรือกู้เงินไป แต่ได้เงินไม่เต็มจำนวน มิหนำซ้ำต้องผ่อนด้วยยอดกู้เต็มจำนวน เป็นต้น
• ข้อตกลงไม่ชัด ไม่มีเอกสารที่เป็นธรรม - เงินกู้นอกระบบผิดกฎหมายมีรูปแบบสัญญาที่ไม่แน่นอน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจของผู้กู้ เช่น จากเดิมให้ผ่อนชำระแบบเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย แต่กลับเปลี่ยนเป็นให้ผ่อนชำระคืนแบบดอกลอยภายหลัง หรือปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามความต้องการของผู้ให้กู้ เป็นต้น
หลายคนเมื่อเกิดปัญหาทางการเงิน กลับเลือกกู้เงินกู้นอกระบบเป็นอันดับแรก เพราะคิดว่ากู้ง่าย อนุมัติไว และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งที่เงินกู้นอกระบบมีผลกระทบมากมาย ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
การกู้ยืมเงินนอกระบบที่กำหนดให้จ่ายเงินกู้รายวันแบบดอกลอย จะสร้างภาระทางการเงินแบบไม่จบไม่สิ้น เช่น หากกู้เงินมา 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ยวันละ 1% เท่ากับว่าต้องจ่ายดอกลอยวันละ 200 บาท ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ ดอกเบี้ยนั้นจะถูกคิดกลับเข้ามาเป็นเงินต้น ทำให้เงินต้นกลายเป็น 20,200 บาท และในวันถัดไปจะต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 202 บาท ซึ่งหากยังไม่สามารถชำระดอกเบี้ยได้อีก เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีวันจบสิ้น
เงินกู้นอกระบบไม่มีมาตรฐานการทวงหนี้ที่ชัดเจน ผู้ให้กู้สามารถเลือกใช้วิธีใดก็ได้ เพื่อให้ลูกหนี้ชำระเงินคืน เช่น การข่มขู่, การทำร้ายร่างกาย, การทำร้ายทรัพย์สิน หรือแม้แต่การโพสต์ข้อความทวงเงินในโซเซียลมีเดีย ให้ลูกหนี้ได้รับความอับอาย เป็นต้น
ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีกฎหมายคุ้มครองลูกหนี้แล้วก็ตาม แต่เงินด่วนนอกระบบไม่มีสัญญาเงินกู้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้การฟ้องร้องเพื่อร้องขอความเป็นธรรมเกิดขึ้นได้ยาก เพราะไม่มีการระบุชื่อผู้ให้กู้อย่างชัดเจน รวมถึงไม่มีเงื่อนไขของสัญญาที่แน่นอน
หากมีความจำเป็นต้องการใช้เงินด่วน แทนที่จะใช้บริการเงินกู้นอกระบบ ลองหาทางออกที่ปลอดภัยกว่า เช่น เปลี่ยนหนี้นอกระบบให้เป็นสินเชื่อถูกกฎหมาย หรือเข้าร่วมบริการทางภาครัฐ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ลูกหนี้นอกระบบสามารถเปลี่ยนหนี้นอกระบบให้เป็นสินเชื่อถูกกฎหมายได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการปรับโครงสร้างหนี้ โดยวิธีปรับโครงสร้างหนี้มีหลายรูปแบบ ได้แก่
1. การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว - ในกรณีที่ลูกหนี้มีทั้งหนี้ในระบบ และหนี้นอกระบบหลายแห่งลูกหนี้สามารถขอสินเชื่อเงินก้อนไปปิดหนี้ที่มีอยู่ให้หมด แล้วหันมาผ่อนชำระกับสินเชื่อเงินก้อนเพียงที่เดียว วิธีนี้นอกจากจะลดภาระดอกเบี้ยลงแล้ว ยังช่วยให้ลูกหนี้จัดการหนี้สินง่ายขึ้นอีกด้วย
2. การรีไฟแนนซ์ - ในกรณีที่กำลังผ่อนชำระบ้านอยู่ และต้องการลดดอกเบี้ยบ้าน พร้อมปิดหนี้นอกระบบในคราวเดียว ก็สามารถขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน เพื่อนำวงเงินส่วนต่างที่ได้ไปโปะหนี้นอกระบบ และย้ายมาผ่อนกับสินเชื่อรีไฟแนนซ์แทน
ภาครัฐได้มีมาตรการต่าง ๆ มากมาย เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั่นคือ
1. ลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชัน ThaID, ศาลากลางจังหวัด, สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ จากนั้นภาครัฐจะช่วยเจรจาจนได้ข้อสรุปที่เป็นธรรม อาทิ ขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ออกไป หรือปรับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด
2. มาตรการสินเชื่อสำหรับผู้เป็นหนี้นอกระบบ เช่น สินเชื่อธนาคารประชาชนของธนาคารออมสิน วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 0.75 - 1 % ต่อเดือน เป็นต้น
การกู้ยืมเงินนอกระบบสามารถทำได้อย่างง่ายดายผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น กู้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือกู้ยืมผ่านคนรู้จัก อีกทั้งยังมีขั้นตอนการสมัครไม่ยุ่งยาก ทำให้เงินกู้นอกระบบเป็นที่นิยมสำหรับผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่มีประวัติทางการเงินไม่ดี อย่างไรก็ตามการกู้เงินนอกระบบ ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงกว่าช่องทางเงินกู้ตามปกติ เช่น เสี่ยงถูกทำร้ายร่างกาย หรือเสี่ยงถูกข่มขู่จากเจ้าหนี้เงินกู้ ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรกู้เงินในระบบก่อน หรือขายทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
เกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน เงินแต่ละวันไม่พอใช้ ไม่ต้องไปกู้นอกระบบรายเดือน! ด้วยบริการจาก Easy Money โรงรับจำนำเอกชน เพื่อคนทุกระดับ ใช้บริการได้ทุกอาชีพพร้อมรับจำนำทรัพย์ในราคาที่คุณพึงพอใจ ด้วยราคาประเมินที่ยุติธรรม เปรียบเสมือนสินเชื่อเงินด่วนดอกเบี้ยต่ำ ที่เข้าถึงได้ง่าย ช่วยให้ชีวิตคุณไปต่อได้โดยไม่มีสะดุด
ซึ่งหากคุณสนใจสามารถปรึกษา Easy Money ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน EASY CARE 02-113-1123 ให้บริการทุกวันในเวลา 08.00-18.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เงินกู้นอกระบบไม่ได้ผิดกฎหมายทุกกรณี เพราะตามพรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 กำหนดให้การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไปและนิติบุคคล เรียกดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละ 15% ต่อปี ดังนั้นเงินกู้นอกระบบที่เสียดอกเบี้ยต่ำกว่านี้จะไม่ผิดกฎหมาย
ถึงแม้ว่าเงินกู้นอกระบบจะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีคนจำนวนมากตัดสินใจกู้เงินนอกระบบ เพราะเป็นสินเชื่อไม่เช็กบูโร ประกอบกับอนุมัติไว และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
หากเป็นหนี้นอกระบบเรื้อรังควรวางแผนเปลี่ยนหนี้นอกระบบเป็นหนี้ในระบบ เช่น รีไฟแนนซ์หนี้ หรือรวมหนี้ให้เป็นก้อนเดียว เป็นต้น