
เคยไหม? ไปกู้เงินกับธนาคารแล้วทำเรื่องขอสินเชื่อไม่ผ่านสักครั้ง ซึ่งธนาคารก็ให้เหตุผลว่าติดบูโร แล้วแบบนี้คนรายได้ไม่ดีแบบเรา ๆ ต้องทำยังไงถึงจะกู้เงินได้? ไม่ต้องห่วงเพราะในบทความนี้ Easy Money จะพามารู้จักกับสินเชื่อไม่เช็กบูโร แม้เครดิตทางการเงินไม่ดีแค่ไหนก็กู้เงินได้ ว่าแต่สินเชื่อไม่เช็กบูโร 2568 ที่ถูกกฎหมายมีสินเชื่ออะไรบ้าง มาหาคำตอบพร้อมกันได้เลยที่บทความนี้
Key Takeaway
• สินเชื่อที่ไม่เช็กบูโร คือสินเชื่อที่สถาบันการเงินจะไม่ตรวจสอบข้อมูลของผู้กู้ผ่านฐานข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
• ข้อมูลเครดิตบูโร เป็นข้อมูลที่รวบรวมเกี่ยวกับประวัติการชำระเงินของลูกหนี้ในอดีต รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกหนี้
• การกู้เงินผ่านสินเชื่อที่ไม่เช็กบูโร จะใช้เวลาอนุมัติไวกว่าสินเชื่อที่เช็กบูโร
สารบัญบทความ
• เครดิตบูโรคืออะไร?
• ข้อดีของการขอสินเชื่อไม่เช็กบูโร
• ข้อควรระวังที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจทำสินเชื่อไม่เช็กบูโร
• ใช้บริการขอสินเชื่อไม่เช็กบูโรที่ไหนดี?
• สินเชื่อไม่เช็กบูโร ทางเลือกกู้เงินในระบบสำหรับคนเครดิตเสีย
• คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
.jpg)
เครดิตบูโร คือ ชื่อย่อที่ใช้เรียกบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รวบรวมประวัติทางการเงินส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินแห่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโรจะสามารถเข้าถึงประวัติทางการเงินของผู้สมัครสินเชื่อเพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ที่มีประวัติทางการเงินที่ไม่ดี มักมองหาสินเชื่อไม่เช็กบูโรมากกว่าสินเชื่อที่เช็กบูโรเนื่องจากมีโอกาสในการกู้เงินผ่านได้ง่ายกว่านั่นเอง
โดยรายละเอียดข้อมูลการเงินส่วนบุคคลที่ปรากฏในฐานข้อมูลของเครดิตบูโรจะประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่
1. ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด รวมทั้งชื่อและนามสกุล แต่จะไม่บันทึกข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ในระบบฐานข้อมูลเครดิตบูโร
2. ข้อมูลสินเชื่อที่เคยมีประวัติในอดีต เช่นวงเงินที่ได้รับ วงเงินที่ได้ใช้ไป และสถานะของบัญชี เป็นต้น
หลายคนมักเข้าใจว่าเมื่อค้างชำระหนี้แล้วจะต้องอยู่ในสถานะติดเครดิตบูโร แล้วจะขอสินเชื่อกับทางสถาบันการเงินไม่ได้เลยทันที ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เพราะคำว่าติดเครดิตบูโรจะใช้กับลูกหนี้ที่มีปัญหาทางการเงินขั้นรุนแรง ดังต่อไปนี้
• ค้างชำระหนี้มากกว่า 90 วัน - ในกรณีนี้บัญชีของลูกหนี้จะถูกบันทึกว่าเป็นบัญชีหนี้เสีย (NPL)
• กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี เช่น อยู่ในระหว่างบังคับขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ เป็นต้น
หากต้องการตรวจสอบว่าคุณติดเครดิตบูโรอยู่หรือไม่ เพื่อเตรียมตัวกู้เงินกับสินเชื่อที่ไม่เช็กบูโรตั้งแต่เนิ่น ๆซึ่งมีวิธีการตรวจสอบเครดิตบูโรด้วยตนเองง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
• แอปพลิเคชันทางรัฐ - แอปพลิเคชันที่นอกจากจะให้คุณตรวจสอบเครดิตบูโรแล้ว ยังตรวจสอบข้อมูลอื่น ๆ ในระบบราชการได้อีกด้วย เช่น อายุของใบอนุญาต สิทธิบัตรทอง และสิทธิประกันสังคม เป็นต้น
• ศูนย์ตรวจสอบเครดิตบูโร - โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ศูนย์ตรวจฯ โดยตรง หรือตู้คีออสของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
• แอปพลิเคชันของธนาคาร - โดยแต่ละแอปพลิเคชันใช้ระยะเวลาตรวจสอบแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารแห่งนั้น เช่น ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารเกียรตินาคิน เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วจะได้รับรายงานในทันที ในขณะที่แอปกรุงไทย จะได้รับรายงานภายใน 24 ชั่วโมง
หลังจากตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรแล้ว คุณจะพบกับสถานะการชำระหนี้ของตนเอง ซึ่งแสดงเป็นค่าตัวเลขต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
• สถานะ 010 : บัญชีปกติไม่มีหนี้ค้างชำระ
• สถานะ 011 : บัญชีหนี้ได้ถูกชำระจนหมดแล้ว
• สถานะ 020 : บัญชีหนี้มีการค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน
• สถานะ 021 : บัญชีหนี้มีการค้างชำระหนี้เกิน 90 วันเช่นกัน แต่เกิดจากสถานะทางการเงินของลูกหนี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
• สถานะ 030 : บัญชีลูกหนี้อยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย
• สถานะ 031 : บัญชีลูกหนี้อยู่ในขั้นตอนชำระหนี้ตามคำพิพากษายินยอม
ข้อดีของการขอสินเชื่อไม่เช็กบูโร มีดังต่อไปนี้
• อนุมัติไว - เนื่องจากสินเชื่อดังกล่าว สถาบันการเงินไม่ต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้กู้ในระบบเครดิตบูโร จึงทำให้ใช้ระยะเวลา และมีขั้นตอนน้อยกว่าสินเชื่อที่เช็กบูโร
• ไม่ต้องหาบุคคลค้ำประกัน - สินเชื่อที่ไม่เช็กบูโร เช่น บริการจากโรงรับจำนำ ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน ทำให้ผู้ที่มีประวัติยืมเงินจากบุคคลอื่นหลายครั้งจนไม่สามารถหาบุคคลค้ำประกันได้ เข้าถึงแหล่งเงินกู้ถูกกฎหมายได้
• ไม่จำกัดคุณสมบัติของผู้กู้ - บริการจากโรงรับจำนำถือว่าเป็นสินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการ พ่อค้าแม่ค้า หรือแม้แต่เป็นพนักงานประจำ เพียงนำหลักทรัพย์มาวาง ก็ได้เงินด่วนไปใช้ได้ทันที ที่สำคัญยังไม่เช็กประวัติเครดิตบูโรของคุณอีกด้วย

ถึงแม้ว่าสินเชื่อไม่เช็กบูโรจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วน แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะไปกู้เงินนอกระบบโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาทางการเงินให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่หากทำความเข้าใจข้อมูลดังต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณกู้เงินกับสินเชื่อไม่เช็กบูโรที่ถูกกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
• ตรวจสอบสถานที่ตั้ง : ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อไม่เช็กบูโรที่คุณสนใจ มีสถานที่ตั้งสำนักงานที่ชัดเจน รวมถึงมีการจดทะเบียนการดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย
• ตรวจสอบจากอัตราดอกเบี้ย : สินเชื่อไม่เช็กบูโร เช่น บริการเงินกู้จากโรงรับจำนำถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ให้บริการในรูปแบบเอกชนก็จริง แต่ก็มีข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจน ซึ่งมีข้อกำหนดดังนี้
๏ เงินต้นส่วนที่ไม่เกิน 2,000 บาทแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อเดือน
๏ เงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาทขึ้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน (15% ต่อปี และไม่เกิน 24% ต่อปี)
• ระวังการโอนเงินก่อนได้รับเงินกู้:สินเชื่อสำหรับพนักงานประจำไม่เช็กบูโรที่ผิดกฎหมาย มักจะให้ผู้ขอสินเชื่อโอนเงินให้ก่อน โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียม เมื่อโอนเสร็จ ถึงจะได้รับเงินกู้ในภายหลัง ซึ่งในความจริงแล้วสินเชื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะไม่มีการให้ผู้กู้โอนเงินใด ๆ ให้ก่อนทั้งสิ้น

หากคุณกำลังมองหาสินเชื่อไม่เช็กบูโรที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ต้องไม่พลาดกับ Easy Money อีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้คุณเข้าถึงแหล่งสินเชื่อไม่เช็กบูโรถูกกฎหมายที่ได้เงินด่วนจากบริการรับจำนำสินค้าด้วยการประเมินราคาที่เป็นธรรม
• ประเมินราคาทรัพย์สินอย่างเป็นธรรม: Easy Money มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินราคาทรัพย์สินของคุณอย่างยุติธรรม โดยให้ราคาสูงสุดตามสภาพของสินทรัพย์
• สะดวกสบายด้วยแอปพลิเคชัน Easy Smart : Easy Money ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน EASY SMART ที่ช่วยให้ลูกค้าผ่อนชำระเงินต้นผ่านแอปได้ทันที และผ่อนเงินต้นได้ 3 ครั้งต่อวัน ซึ่งทุกครั้งที่ทำธุรกรรม ระบบจะคำนวณดอกเบี้ยปัจจุบันให้กับผู้ใช้งาน
• มั่นใจในความปลอดภัยของทรัพย์สิน: มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ใช้ระบบการจัดเก็บหลักประกันเช่นเดียวกับสถาบันการเงินชั้นนำ
• มีสาขาทั่วประเทศไทย: โรงรับจำนำยุคใหม่ที่ให้บริการทันสมัย โปร่งโล่ง สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ
สินเชื่อไม่เช็กบูโร ถือเป็นทางเลือกสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนที่มีประวัติหนี้เสียได้เข้าถึงเงินด่วนในยามฉุกเฉิน โดยไม่ต้องกู้เงินนอกระบบ แต่ทั้งนี้ก่อนจะกู้เงินไม่เช็กบูโร ก็ควรเลือกใช้บริการกับสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อ ซึ่งสามารถตรวจสอบว่าเป็นสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายหรือไม่ ได้จากสถานที่ตั้ง และอัตราดอกเบี้ยที่ใช้คิดคำนวณ
หากกำลังประสบกับปัญหาหมุนเงินไม่ทัน หาเงินแต่ละวันได้ไม่พอใช้ ให้ Easy Money เป็นตัวช่วยของคุณ เพราะเราคือสินเชื่อทางเลือกเพื่อคนทุกระดับ ให้บริการรับจำนำทรัพย์ในราคาที่คุณพึงพอใจ ช่วยให้ชีวิตไปต่อได้แบบไม่มีสะดุด!
ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Easy Money ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสามารถติดต่อได้ที่ EASY CARE 02-113-1123 ให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
หากไม่อยากติดบูโร ถึงขนาดต้องขอสินเชื่อไม่เช็กบูโร ซึ่งเป็นทางเลือกที่มีข้อจำกัดมากกว่า ควรวางแผนการเงินใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทางดังต่อไปนี้
• คิดก่อนใช้บัตรเครดิต : ควรวางแผนใช้บัตรเครดิตให้เหมือนกับบัตรเดบิต กล่าวคือ ควรมีเงินสดอยู่ในบัญชีให้มากเพียงพอก่อน ถึงจะค่อยซื้อสินค้านั้น ๆ เพียงเท่านี้เมื่อใช้บัตรเครดิตรูดซื้อของแล้ว ก็ไม่ต้องผ่อน รวมทั้งลดโอกาสการใช้บัตรเครดิตซื้อของเกินตัวอีกด้ว
• หักออมทันทีหลังจากเงินเดือนออก : เมื่อเงินเดือนออก ควรรีบหักเป็นเงินออมทันทีอย่างน้อย 5 - 10% ของรายได้ หากทำได้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ จากเงินออมเพียงเล็กน้อย ก็สามารถกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้
• ไม่กู้เงินนอกระบบ : อัตราดอกเบี้ยของเงินกู้นอกระบบมักสูงกว่าเงินกู้ในระบบ ส่งผลให้หลายคนที่กู้เงินประเภทนี้ประสบปัญหาทางการเงินและไม่สามารถชำระหนี้ได้ ดังนั้นควรเลือกขอสินเชื่อที่ถูกกฎหมายหรือสินเชื่อที่ไม่เช็กบูโร เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเงินที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
หากชำระหนี้ล่าช้ามากกว่า 90 วัน และมีประวัติหนี้เสียบนฐานข้อมูลในระบบของเครดิตบูโรแล้ว ให้คุณรีบดำเนินการดังต่อไปนี้
• ขอสินเชื่อรวมหนี้ - หากมีหนี้หลายก้อนและแต่ละก้อนดอกเบี้ยสูง ควรขอสินเชื่อรวมหนี้ เพราะจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและทำให้การชำระหนี้เป็นระบบมากขึ้น เนื่องจากเหลือมีเจ้าหนี้เพียงรายเดียว
• วางแผนชำระหนี้ให้ตรงเวลา - เมื่อได้สินเชื่อรวมหนี้แล้ว ควรวางแผนชำระคืนให้ตรงเวลา เพื่อเริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงินใหม่ที่ดี ในฐานข้อมูลของเครดิตบูโร
• ตรวจสอบสถานะเครดิตทางการเงินใหม่ - หากชำระคืนตรงเวลา และปิดหนี้เสียได้ทั้งหมดแล้ว ให้ตรวจสอบกับทางเครดิตบูโรว่าสถานะบัญชีหนี้เสียได้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ ซึ่งบัญชีหนี้เสียจะถูกลบออกภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ปิดบัญชี