
เวลาจะขายทอง หลายคนมักกังวลว่าจะ “ขายทองที่ไหนดี” ถึงจะได้ราคายุติธรรม ไม่ถูกกดราคา และไม่ขาดทุนเยอะเกินไป เพราะแม้ราคาทองจะอ้างอิงตามราคากลางของสมาคมค้าทองคำ แต่ในความเป็นจริงแต่ละร้านก็มีรายละเอียดและเงื่อนไขที่ต่างกันออกไป
การเลือกร้านทองที่ได้มาตรฐาน มีชื่อเสียง และโปร่งใสในการตีราคา ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณขายทองได้อย่างมั่นใจ บทความนี้ Easy Money จะมาแนะนำว่าคุณควรจะขายทองที่ไหนดี พร้อมวิธีขายทองอย่างมั่นใจ ปลอดภัย ไม่ขาดทุน
Key Takeaway
• ขายทองรูปพรรณที่ไหนดีเบื้องต้นควรพิจารณาความน่าเชื่อถือ รีวิว และชื่อเสียงของร้าน
• ควรมองหาร้านทองที่มีผู้ตีราคาทองที่เชี่ยวชาญและเป็นธรรม
• เปรียบเทียบราคาทองจากหลาย ๆ ร้านก่อนตัดสินใจ รวมถึงค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ในการขายทอง
• ต้องการใช้เงินแต่ยังไม่พร้อมขายของ การจำนำก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม
สารบัญบทความ
• เข้าใจเรื่องทองก่อนขาย ได้ราคาดีกว่าเดิม
• ขายทองที่ไหนดี ควรพิจารณาจากอะไร?
• เทคนิคขายทองไม่ให้ขาดทุน
• จำนำทองกับ Easy Money โรงรับจำนำคุ้มหรือไม่?
• ขายทองที่ไหนดี ที่ใช่ ได้ราคาสูง
• คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หากยังไม่รู้ว่าจะขายทองที่ไหนดีที่ได้ราคาสูง มาดูกันก่อนว่าระหว่างทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ ทองคำแบบไหนที่ขายได้ราคาดีกว่ากัน
ทองคำแท่งมักขายได้ราคาสูงกว่าทองรูปพรรณ เนื่องจากจะไม่ถูกหักค่ากำเหน็จ อีกทั้งราคาขายออกของทองคำแท่งจะต่ำกว่าทองรูปพรรณ ทำให้ส่วนต่างของกำไรที่ได้รับจะสูงกว่าเมื่อราคารับซื้อทองคำเพิ่มขึ้น ดังนั้นหากต้องการซื้อทองเพื่อการลงทุนหรือการเก็งกำไร ทองคำแท่งจึงเหมาะกว่าทองรูปพรรณนั่นเอง
ในขณะที่การขายทองรูปพรรณจะถูกหักค่ากำเหน็จ ค่าหลอม รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นไม่เกิน 5% ของมูลค่าทองคำ (สำหรับกรณีขายทองคืนให้กับร้านเดิมเท่านั้น ตามมาตรฐานของ สคบ.) ทำให้ราคาทองคำที่ได้รับจริงจึงอาจไม่ตรงตามราคาทองที่แจ้งหน้าร้านเสมอไป ยิ่งหากเป็นทองคำเก่าที่ผ่านการใช้งานมานานหลายปี น้ำหนักทองจะยิ่งลดลง ส่งผลให้ราคาขายทองรูปพรรณต่ำลงตามไปด้วย ดังนั้นหากต้องการขายทองรูปพรรณ ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามแล้วอยากได้ราคาดี ก็ควรหมั่นดูแลทองรูปพรรณเส้นที่มีอยู่ให้ดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ
ปัจจุบันมีช่องทางรับซื้อทองมากมาย ทั้งร้านทองออนไลน์ ร้านทองที่มีหน้าร้านซึ่งหากคุณยังไม่รู้ว่าควรขายทองที่ไหนดีถึงจะได้ราคาสูง มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ควรพิจารณาก่อนเลือกร้านขายทอง
การเลือกร้านทองที่ได้มาตรฐานถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เพราะช่วยการันตีได้ว่าทองคำที่คุณซื้อมาหรือจะนำไปขายนั้นเป็นทองแท้ตามมาตรฐาน เช่น ทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณที่มีความบริสุทธิ์ 96.5% ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไทย
นอกจากนี้ ร้านทองที่มีชื่อเสียงและเปิดกิจการมานาน มักมีระบบตรวจสอบคุณภาพทองที่ได้มาตรฐาน มีใบรับรองจากสมาคมค้าทองคำ และมีนโยบายชัดเจนเรื่อง “การซื้อคืน” หรือ “ราคาขายออก” ที่อ้างอิงตามราคาทองคำตลาดโลก
แม้ยุคนี้จะมีการขายทองออนไลน์ แต่การไปขายทองที่หน้าร้านด้วยตัวเองยังคงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะคุณสามารถเห็นขั้นตอนการตรวจทอง น้ำหนัก และราคารับซื้อได้ด้วยตา ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการกดน้ำหนักหรือหักเปอร์เซ็นต์เกินจริง
การเลือกร้านที่อยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก หรืออยู่ในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเวลาเดินทางพกทอง และสะดวกต่อการเปรียบเทียบราคาหลาย ๆ ร้านได้ภายในพื้นที่เดียวกัน
ร้านทองที่มีช่องทางติดต่อหลายทาง เช่น เบอร์โทร, Line Official, Facebook, เว็บไซต์ และแผนที่ Google Maps จะช่วยให้คุณสามารถสอบถามราคาทองประจำวัน หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดการขายล่วงหน้าได้สะดวกขึ้น
ก่อนตัดสินใจว่าควรขายทองที่ไหนดี ให้ลองตรวจสอบจากรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการจริง บนช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมได้ว่าพนักงานร้านนั้น เข้าใจวิธีดูทองแท้ง่าย ๆ ได้จริงหรือไม่ และประเมินน้ำหนักทองเป็นไหม
ตรวจสอบราคาซื้อ-ขายของทองในหลาย ๆ แห่ง รวมถึงดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่ากำเหน็จหรือค่าน้ำประสานทองในกรณีขายทองรูปพรรณ เพื่อให้ทราบมูลค่าเงินสดที่คุณจะได้รับจริง และช่วยตัดสินใจได้ว่าควรเลือกขายหรือจำนำทองที่ไหนดีที่สุด
นอกจากควรรู้แล้วว่าต้องขายทองที่ไหนดี ถึงจะได้ราคาสูง มาดูกันสักหน่อยดีกว่าว่าถ้าจะขายทองแล้วไม่อยากขาดทุนมีเทคนิคอะไรบ้างที่คุณต้องรู้
หากไม่เคยขายทองมาก่อน ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่รู้ว่าเมื่อขายทองรูปพรรณแล้วจะโดนหักค่าอะไรบ้าง ซึ่งค่าใช้จ่ายที่จะถูกหักจากราคาทองรูปพรรณ มีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ 1. ค่ากำเหน็จ และ 2. ค่าน้ำประสานทอง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ค่ากำเหน็จ เป็นค่าจ้างช่างฝีมือ ในการทำทองรูปพรรณ โดยมักจะหักก็ต่อเมื่อขายทองคืนให้กับร้านเดิม ซึ่งส่วนใหญ่ร้านทองแต่ละร้านจะหักค่ากำเหน็จตั้งแต่ 600 บาท ไปจนถึง 1,200 บาท
2. ค่าน้ำประสานทอง น้ำประสานทองเป็นสารที่ช่วยยึดทองให้ติดกัน ทำให้น้ำหนักทองเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งตามมาตรฐานของ สคบ. กำหนดให้หักค่าน้ำประสานทอง ได้สูงสุดถึง 5% ของมูลค่าทองคำ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนด้านราคาสูงจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภาวะทางเศรษฐกิจ หรือสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงควรติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อให้คุณขายทองได้ในราคาที่ดีที่สุด
ถึงแม้ว่าราคารับซื้อทองคำจะอ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย แต่ราคารับซื้อจริงอาจต่ำกว่าที่ทางสมาคมกำหนด เนื่องจากแต่ละร้านมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่แตกต่างกันออกไป และกำไรที่ต้องการก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเปรียบเทียบราคารับซื้อของร้านค้าทองคำหลาย ๆ แห่ง จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าร้านทองร้านใดที่เสนอราคาขายที่ดีที่สุด
การดูแลทองรูปพรรณให้อยู่ในสภาพสวย เงางาม และไม่บุบหรือรอยขีดข่วน จะช่วยให้เวลานำไปขาย ร้านทองประเมินราคาได้สูงขึ้น เพราะไม่ต้องหักค่าหลอมทองใหม่ หรือค่าซ่อมสภาพชิ้นงาน
จบกันไปเรียบร้อยแล้วกับการแนะนำวิธีเลือกร้านขายทอง แต่สำหรับใครที่ต้องการใช้เงินสดและยังอยากเก็บทองไว้ การจำนำทองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งเราขอแนะนำ Easy Money โรงรับจำนำเอกชนที่มีสาขามากที่สุดในไทย มีข้อดียังไงมาดูกัน
1. กรรมสิทธิ์ของทองคำ
ไม่ว่าจะนำทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณมาจำนำ เจ้าของทองยังคงถือกรรมสิทธิ์ของทองคำนั้น ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะทำการผิดเงื่อนไขการชำระเงินที่ตกลงกันไว้กับโรงรับจำนำ เจ้าของทองสามารถต่อรองกับโรงรับจำนำได้หากเกิดปัญหา โดยสามารถขอต่ออายุตั๋ว ซึ่งหมายถึงการชำระดอกเบี้ยค้างก่อน จากนั้นเริ่มนับอายุตั๋วใหม่ และเมื่อนำทองไปจำนำ ทางโรงรับจำนำจะทำการสแกนลายนิ้วมือ พร้อมออก “ตั๋วจำนำ” ที่มีรายละเอียดของทองคำ ข้อมูลส่วนตัว และวงเงินไว้ให้เป็นหลักฐาน โดยตั๋วนี้จะมีอายุ 4 เดือน 30 วัน
2. การชำระดอกเบี้ย
ภายในระยะเวลาของอายุตั๋วจำนำที่ 4 เดือน 30 วัน เจ้าของทองทุกคนสามารถเลือกชำระดอกเบี้ยได้ตามที่ต้องการ เช่น ชำระทุกเดือน หรือ ชำระทีเดียวเมื่อมาไถ่ทองคืนก็ได้เช่นกัน ซึ่งดอกเบี้ยของการจำนำทองนั้นจะอยู่ที่ 2% สำหรับเงินต้น 2,000 บาทแรก และ 1.25% ต่อเดือนหลังจากที่หัก 2,000 บาทแรกไปของวงเงินที่คาดว่าจะได้รับ
Easy Money โรงรับจำนำที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการตีราคาทองอย่างเป็นธรรม โดยผู้ตีราคาที่ผ่านการฝึกอบรมและสอบผ่านมาตรฐานจาก Easy Money เจ้าของทองจะได้รับเงินสดทันที มั่นใจได้ว่าไม่มีความเสียหายต่อทองระหว่างการตีราคา หากเป็นทองรูปพรรณที่มีอัญมณีประดับ ทางโรงรับจำนำจะไม่แกะหรือดึงอัญมณีออกจากตัวทอง
ทั้งนี้ จะตีราคาเฉพาะตัวทองเท่านั้น แต่หากเป็นทองที่มีเพชรประดับ จะมีการประเมินราคาทั้งทองและเพชรรวมกัน เพื่อให้เจ้าของทองได้รับมูลค่าที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ Easy Money ยังมีระบบจัดเก็บทองที่ปลอดภัย มั่นใจได้ว่าทองคำของลูกค้าจะไม่สูญหายหรือเสียหายระหว่างการเก็บรักษา
ตัวอย่างเช่น
หากคุณนำทองมาจำนำที่โรงรับจำนำ Easy Money ทองคำของคุณจะได้รับการประเมินโดยผู้ตีราคาที่ผ่านการฝึกอบรมและสอบผ่านเกณฑ์จาก Easy Money และสามารถให้วงเงินสูงที่สุดในตลาด อีกทั้งยังมีระบบการรักษาสินทรัพย์ที่ได้มาตรฐาน มีการซีลอย่างดีทุกขั้นตอน มั่นใจได้ว่าทุกสินทรัพย์จะปลอดภัยข้อควรระวัง
เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลเรื่องการขายทองกับร้านทองและการจำนำทองกับโรงรับจำนำที่ Easy Money นำมาฝากในวันนี้ หวังว่าจะช่วยให้เจ้าของทองสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หากต้องการขายทองกับร้านทอง ควรพิจารณารายละเอียดและความเสี่ยงทั้งหมดอย่างรอบคอบ หากต้องการจำนำทองกับโรงรับจำนำ เจ้าของทองสามารถตรวจสอบขั้นตอนการทำงาน ความโปร่งใสในการตีราคาและการรักษาทรัพย์สิน อีกทั้งยังสามารถเก็บทองไว้เพื่อใช้เงินสดในยามจำเป็น หรือใช้ต่อยอดธุรกิจได้ทันเวลา
หากคุณเป็นเจ้าของทองและกำลังมองหาโรงรับจำนำที่ได้มาตรฐาน ให้ราคาประเมินสูงที่สุดในตลาด อีกทั้งยังสามารถดูแลทองคำได้อย่างปลอดภัย Easy Money “เงินง่าย ได้ชัวร์” พร้อมช่วยอำนวยความสะดวก ด้วยบริการแบบมืออาชีพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ EASY CARE 02-113-1123 ให้บริการทุกวัน 08.00-18.00 น (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ทอง 90 ขายได้ไหม? คำตอบคือ ขายได้แน่นอน แต่จะขายได้ราคาต่ำกว่าทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ เพราะทอง 90 มีสัดส่วนของทองคำจริงน้อยกว่า โดยจะมีสัดส่วนของเนื้อทองคำอยู่ที่ 90% ซึ่งทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณที่ได้รับความนิยมในไทยจะมีสัดส่วนเนื้อทองคำอยู่ที่ 96.5%
หากกำลังวางแผนขายทองที่ไหน ถึงจะได้ราคาดีสุด ควรสอบถามจากร้านทองหลาย ๆ แห่ง เพราะแต่ละร้านมีหลักการประเมินราคาทองแตกต่างกันออกไป และหากต้องการขายทองที่ได้ราคาสูง แนะนำให้ขายเป็นทองคำแท่ง ความบริสุทธิ์ 99 % เพราะเนื้อทองคำมากกว่าทองประเภทอื่น ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการขายทองหรือจำนำนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้เงิน ซึ่งการจำนำจะตอบโจทย์กับผู้ที่ต้องการเงินด่วนสำหรับเพิ่มสภาพคล่องระยะสั้น แต่ยังต้องการเก็บทองไว้ แต่การขายจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เงินก้อนสำหรับการลงทุน และไม่ต้องการจ่ายดอกเบี้ย